สถานการณ์ภายนอกหรือการพัฒนาที่จำเป็นต้องนำมาพิจารณาในการวางแผนหลักสูตร

               สถานการณ์หรือการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

               การพัฒนาทางด้านอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการก่อสร้าง เป็นหนึ่งในการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจหลักของประเทศ ซึ่งการประกอบวิชาชีพทางสถาปัตยกรรมเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจด้านนี้ จังหวัดภูเก็ตมีแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจการก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถิติของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต พบว่า การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ในช่วง 8 เดือน ของปี 2555 (มกราคม-สิงหาคม 2555) ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต มีการขยายตัวขึ้นมากตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ตามภาวะการขยายตัวของการท่องเที่ยว ประกอบกับรัฐบาลได้ออกมาตรการส่งเสริมและกระตุ้นการลงทุน เช่น การลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียน การโอน และการจำนองอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะส่งผลบวกในด้านอุปทานการลงทุน สำหรับในด้านอุปสงค์พบว่า ผู้บริโภคยังคงมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในแนวราบมากขึ้น โดยในช่วง 8 เดือนของปี 2555 พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,410,387 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนคิดเป็นร้อยละ 10.83 การเติบโตทางด้านอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว ได้ส่งผลต่อความต้องการบุคลากรทางสายงานวิชาชีพการก่อสร้าง นอกจากสถาปนิกและวิศวกรซึ่งเป็นสาขาวิชาชีพหลักแล้ว จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการในวงการก่อสร้าง พบว่า มีความต้องการผู้ที่ช่วยสานต่องานก่อสร้างเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จของโครงการ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประสานงานดำเนินโครงการในช่วงแรก ช่วงระหว่างการดำเนินการ และหลังดำเนินโครงการเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นวงจรของงานด้านอสังหาริมทรัพย์ ตำแหน่งที่ขาดแคลนโดยส่วนใหญ่ในวงจรดังกล่าว ได้แก่ ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ช่างเขียนแบบสำนักงานและภาคสนาม รวมไปถึงนักประมาณราคางานก่อสร้าง จากปริมาณความต้องการของตลาด จำเป็นต้องมีการเร่งพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนทางด้านเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม เพื่อสร้างบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจทางด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถดำเนินงานทางด้านสถาปัตยกรรมร่วมกับสถาปนิก รวมถึงบุคลากรต่างๆที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

               สถานการณ์หรือการพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรม

               การเตรียมความพร้อมของการเปิดเสรีการค้าในอนาคต ปี 2558 ได้ส่งผลต่อการปรับตัวของประเทศและภูมิภาค เพื่อเร่งรัดประสิทธิภาพในการพัฒนาตนเองสู่สากล ย่อมส่งผลกระทบด้านบวกและด้านลบต่อการพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กระบวนการพัฒนาด้านสังคมและวัฒนธรรมของการแข่งขันยุคใหม่ จึงอยู่ที่การพัฒนาแนวความคิดด้านนโยบายในการผลักดันระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (The Creative Economy) เพื่อยกระดับศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทย ซึ่งถือว่าทุนความคิดสร้างสรรค์จัดเป็นสินทรัพย์ทางสังคมและวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยจะเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในอนาคต รัฐบาลได้สนับสนุนแนวทางดังกล่าวโดยให้ถือเป็นวาระแห่งชาติที่สอดคล้องตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 โดยส่งเสริมและสนับสนุน ตามประเภทของเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยใช้ศิลปะเป็นหลัก ทั้งหมดย่อมส่งผลต่อวิชาชีพสถาปัตยกรรมและสาขาที่เกี่ยวข้องด้านอื่น ๆ

               การออกแบบสถาปัตยกรรมถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในวิชาชีพเฉพาะ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการสร้างคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ดี ซึ่งจะส่งผลถึงสังคมและวัฒนธรรม การสร้างบุคลากรเพื่อสนับสนุนงานด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม เทคโนโลยีการก่อสร้างและการบริหารจัดการอาคาร ที่มีความเข้าใจในบริบทของสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การเกิดการพัฒนางานสถาปัตยกรรมและการก่อสร้างที่สร้างสรรค์ ยั่งยืน มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และมีศักยภาพในการแข่งขันในระดับนานาชาติ

               จากผลกระทบจากสถานการณ์ภายนอก การพัฒนาหลักสูตรจึงจำเป็นต้องพัฒนาหลักสูตรในเชิงรุกที่มีศักยภาพในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถด้านกระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรม การนำเสนอแบบทางสถาปัตยกรรม การประมาณราคา เทคนิคการก่อสร้าง การจัดการงานก่อสร้างและเทคโนโลยีอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการแข่งขันทางธุรกิจและมีศักยภาพในการพัฒนาตนเองให้เข้ากับลักษณะงานทั้งในด้านวิชาการและวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม ให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย ด้านจัดการศึกษาทุกระดับในสาขาวิชาการต่างๆ อย่างมีมาตรฐาน มีอิสระในการบริหารการจัดการเน้นการวิจัยและสร้างองค์ความรู้ท้องถิ่นและสากล เป็นแหล่งวิทยบริการและสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สังคม เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต